โดยสภาพสังคมแบบปัจเจกตัวใครตัวมันนั้น ผมพบว่าแต่ละบ้านต้องแบกต้นทุน แบกภาระ แบกสิ่งต่างๆคล้ายๆกัน แต่ไม่สามารถช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้ เพราะความเป็นปัจเจกตัวใครตัวมัน กำลังในแต่ละด้านที่จะรับมือปัญหาของแต่ละครอบครัวก็ไม่เท่ากัน บางครอบครัวขาดแคลนบีบคั้น อับจนหนทาง บางครอบครัวมีทุกอย่างจนล้นเกิน จนกลับกลายเป็นการสร้างความละโมบโลภมากไป ต่างคนต่างอยู่แบบนี้ไม่เรียกว่าเป็นสังคมมนุษย์นะครับ ทุกวันนี้เรามีชีวิตคล้ายหมูในฟาร์มมากกว่า เพราะมีแต่การบริโภค แต่ไม่มีการวิวัฒน์ในเชิงสังคมหรืออารยธรรมอย่างแท้จริง
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เศรษฐกิจแบบเกื้อกูล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เศรษฐกิจแบบเกื้อกูล แสดงบทความทั้งหมด
วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2558
วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
เนื้อหาและหลักการของหมู่บ้านพอ ตอนที่ 2 : ระบบเศรษฐกิจแบบเกื้อกูล
![]() |
| งานหนึ่งงานอาจจะยากสำหรับปัจเจกชน แต่ถ้ารวมกันงานใหญ่ง่ายนิดเดียว แถมแต่ละคนก็กินกันแค่ 3 มื้อเอง |
สังคมทุกวันนี้จึงมีแต่คนที่โดดเดี่ยวและทำเพื่อตัวเองท่ามกลางผู้คนมากมายที่แย่งกันอยู่แย่งกันกิน ซึ่งถึงที่สุดแล้วมันก็จะลำบากกันถ้วนหน้าเพราะมันมีแต่จะเดินไปสู่ความคับแคบขาดแคลน ยกเว้นก็แต่นายทุนระดับมหาเศรษฐีและเหล่าเศรษฐีเพียงไม่กี่คนบนโลกนี้เท่านั้น
วันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2557
เนื้อหาและหลักการของหมู่บ้านพอ ตอนที่ 1
![]() |
| ไร่ชุมชน (Community Farm) ก็เป็นรูปแบบหนึ่งของชุมชนพึ่งพาตนเองแบบครบวงจรที่น่าสนใจ |
ก่อนอื่นก็ต้องเท้าความกันสักนิดก่อนว่าหมู่บ้านพอนั้นมีต้นกำเนิดมาจากเนื้อหาพระสัจธรรมอันเป็นสากล ที่ว่าด้วยความเป็นมายาการของสรรพสิ่งบนโลกนี้ ซึ่งผู้ที่ฟังเนื้อหาพระสัจธรรมจนเกิดการปลงการวางอยู่ภายในแล้ว ตัณหาไม่กำเริบแล้ว ไม่แส่ส่ายไปหาเรื่องหาราวแล้ว ทุกๆอย่างมันจะโอเคไปเอง ความดิ้นรนมันก็จะไม่มี ทุกอย่างก็จะเป็นไปแค่อาศัยชั่วคราวเท่านั้น ไม่ได้หลงจริงจังกับสิ่งต่างๆอีก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

