วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2558

Community Farm : ชุมชนเกษตร คำตอบของทุกปัญหาการดำรงชีพ ตอนที่ 1

ความต้องการขั้นพื้นฐานที่จำเป็นของมนุษย์นั้นมีอะไรบ้าง?
คำตอบที่เราเคยเรียนมาก็มีประมาณนี้

อาหาร
ที่อยู่อาศัย
ยารักษาโรค
เครื่องนุ่งห่ม

พูดง่ายๆก็คือปัจจัย 4 นั่นเอง ส่วนเกินอื่นๆ เช่น ความสะดวกสบาย ความมั่นคงทางการเงิน หลักประกันชีวิต หลักประกันอนาคต ความบันเทิงต่างๆ ล้วนมีขึ้นมาภายหลัง เมื่อระบบต่างๆดูจะเป็นภัยและเพิ่มความเสี่ยงต่อชีวิตมากขึ้นในทุกๆด้าน ประกอบกับการถูกกระตุ้นให้กลัว เพื่อให้เกิดการบริโภคมากที่สุด จนผู้คนทั้งหลายต้องตกอยู่ในความเครียดโดยไม่จำเป็นทั้งนั้น ซึ่งถ้าไม่มีความเสียงจากระบบเศรษฐกิจเหล่านี้ เราต้องการเพียงแค่ปัจจัย 4 เท่านั้นจริงๆ ก็ถ้าไม่มีอะไรมาบีบคั้น จะมีใครนั่งเครียดไหม

ไม่เชื่อลองพิจารณาดูก็ได้ เราต้องการความสะดวกสบายในทุกๆด้าน เพราะทุกวันนี้เพราะชีวิตมันลำบากไปหมด ลำบากเพราะวิถีวิธีการที่ทำให้มันซับซ้อนด้วยเงื่อนไขที่ยากลำบาก ลำบากเพราะอุปสงค์ลวงที่ถูกสร้างขึ้นของตน ลำบากเพราะมันอยากจะหาความสุขสบาย เราต้องการความมั่นคงทางการเงินมากๆ เพราะทุกอย่างต้องใช้เงิน และค่าเงินมันน้อยลง แถมแปรปรวนวิปริตในทุกๆวินาที ค่าครองชีพก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เราต้องการหลักประกันชีวิต ทั้งๆที่เราทุกคนยังไงก็ต้องเจ็บป่วยต้องตาย และบริษัทประกันก็ทำธุรกิจเพื่อเงินทั้งนั้น โดยเอาความมั่นคงที่ไม่มีจริงมาเป็นจุดขาย เราต้องการความบันเทิงมากมายเพราะชีวิตเราเครียด แต่ลองนึกภาพดูว่าถ้าชีวิตเราไม่เครียด ไม่ทุกข์ล่ะ เรายังต้องการสิ่งบันเทิงล้างสมองกันอีกไหม

แล้วอะไรเล่าที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ให้น้อยลงได้
ทำไมชีวิตจึงกลายเป็นภาระหนักจนสถิติการฆ่าตัวตายในปัจจุบัน ถึงได้สูงขนาดนี้ ทั้งๆที่โลกก็เจริญก้าวหน้าทางวัตถุมากมายอย่างที่เห็นกันอยู่

พูดกันตรงๆว่าระบบเศรษฐกิจทุนนิยมทุกวันนี้ยังไงก็ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาพื้นฐานทั้งหมดได้ เพราะระบบทุนนิยมถูกขับเคลื่อนด้วยความกลัวที่จะไม่พอ ถูกขับเคลื่อนด้วยความขาดแคลน ความบีบคั้นให้ต้องดิ้นรน และจูงใจด้วยความมั่งคั่งร่ำรวยของชนกลุ่มน้อย เพื่อให้ผู้คนทั้งหลายมีแรงกระตุ้นในการขับเคลื่อนระบบให้หมุนไป ปั่นความมั่งคั่งให้คนไม่กี่คนบนโลกนี้ ซึ่งถ้าระบบทุนนิยมมันแก้ปัญหาได้จริง ปัญหาต่างๆมันคงหมดไปหรือลดลงไปนานแล้ว จริงไหมครับ

ทุกวันนี้เราจึงแก้ปัญหาด้วยการแบบทุนนิยม โดยเอาทุกอย่างมาแปรรูปเป็นทุน เอาสิ่งที่เคยเป็นภาระหน้าที่ของธรรมชาติมาแบกไว้บนบ่าเสียเอง เราจึงมีชีวิตที่ลักลั่นกับการแก้ปัญหาไม่จบไม่สิ้นสักที

ทุกวันนี้เราต้องซื้อแอร์มาติดให้ความเย็น ทั้งๆที่เราเคยมีป่ามีต้นไม้ เราก็ตัดมันมาเพื่อซื้อแอร์ เพื่อซื้อเครื่องฟอกอากาศ ซื้อผ้านวมมาห่มเพราะแอร์มันหนาว ซื้อยาแก้ภูมิแพ้มากิน หาเงินมาจ่ายค่าล้างแอร์ และคอยหลบเลี่ยงแดดเพราะเราเคยชินกับอากาศเย็นแล้ว

เราต้องออกไปหาเงินเพื่อซื้ออาหารกิน โดยที่ไม่รู้ว่าอาหารที่เรากินเข้าไปนั้นปลอดภัยหรือไม่ ทั้งๆที่เราสามารถปลูกเองได้อย่างปลอดสารพิษ และไม่ต้องใช้เงินมากมายเลย

เราต้องซื้อแก๊สมาหุงต้ม ทั้งๆที่เราสามารถตัดเศษกิ่งไม้มาทำฟืนได้โดยไม่ต้องเสียเงิน

เราต้องซื้อรถมาขับเพราะที่ทำงานไกล ทั้งๆที่เราสามารถผลิตปัจจัย 4 ได้ด้วยตนเองทั้งหมดบนที่ดินของตน

เราต้องหาเงินมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลกับโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ผิดธรรมชาติและเกิดจากอาหารการกินที่มีแต่สารพิษ ทั้งๆที่เราสามารถแก้ได้ด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่ใช่กินยาเคมีที่มีแต่ผลข้างเคียง

เราต้องส่งลูกหลานไปเรียนความรู้มือสองแห้งๆในแผ่นกระดาษ ที่ทำให้เด็กใบ้รับประทานทำอะไรไม่เป็นตอนเจอของจริงนอกตำรา แทนที่จะสอนเขาจากประสบการณ์ในชีวิตจริงโดยตรง

เราต้องรอเงินจากนายจ้าง หรือผู้ซื้อในตลาดด้วยความอกสั่นขวัญแขวนว่าจะคุ้มค่าที่ลงทุนหรือไม่ จะมีปัจจัยอื่นๆมากระทบการค้าขายอีกไหม แทนที่จะปลูกสิ่งที่กินที่ใช้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องออกไปแข่งวัดดวงกับใคร ปลูกเองยังไงก็ได้กินได้ใช้แน่นอน

เราต้องอยู่ในความกลัว เพราะความซับซ้อนของระบบเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนถึงความไม่เท่าเทียมกันในสังคมที่บีบคั้นชีวิตอยู่ตลอดเวลา แทนที่เราจะใช้ชีวิตที่เรียบง่ายกับธรรมชาติกับต้นไม้โดยไม่ต้องมานั่งกดดันซึ่งกันและกันในการมีชีวิตอยู่

ระบบทุนนิยมจึงเป็นหนทางที่เดินไปบนปัญหาเดิมๆ สร้างสิ่งใหม่ๆขึ้นมาแก้ปัญหาเก่า แล้วสิ่งนั้นก็จะกลับกลายมาเป็นปัญหาอีกก้อนหนึ่งในอนาคต เพราะปัญหาเป็นหนทางสร้างความมั่งคั่งทั้งหลายให้กับนายทุน ระบบทุนนิยมจึงมีแต่ปัญหาเต็มไปหมด ถ้าทุกคนหมดปัญหา ระบบทุนก็ไม่สามารถที่จะดำเนินต่อไปได้ เพราะไม่สามารถขายอะไรให้กับคนที่พึ่งพาตนเองและเพียงพอแล้วนั่นเอง หรือไม่จริง

เหตุนี้เอง ความยากจน อาชญกรรม ฆาตกรรม ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความยากจน อำนาจล้นฟ้าของนักการเมือง การคอรัปชั่นในทุกระดับ การผูกขาดตลาด ความฉ้อฉลคอรัปชั่น การใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการหาผลประโยชน์จากทรัพยากรของชาติ จึงเป็นส่วนหนึ่งของทุนนิยมที่ผู้ปกครองบ้านเมืองได้แต่สัญญาว่าจะแก้ไข แต่ไม่สามารถแก้ไขได้เลยในความเป็นจริง เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของระบบที่ทำให้นายทุนยังคงสามารถรักษาและต่อยอดความมั่งคั่งของตนเองไปได้ตราบนานเท่านาน

เหตุนี้เอง ผมจึงลองมองหาวิธีการแก้ปัญหานอกกรอบเดิมๆ โดยไม่อิงกับหลักการหรือกระบวนการใดๆในแง่ของทุน ในแง่ของเศรษฐศาสตร์ ในแง่ของกำไร(อาจจะต้องใช้ทุนบ้างในระยะเริ่มต้น) แต่เอาชีวิตมนุษย์เป็นตัวตั้ง ถามตัวเองว่า โดยพื้นฐานแล้ว เราต้องการอะไรจริงๆ และอะไรคือสิ่งที่ไม่จำเป็น แล้วผมก็พบว่า ชุมชนเกษตร หรือ Community Farm นั้นคือทางออกของปัญหาทุกอย่าง

โปรดติดตามตอนต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น